สรุปนโยบายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและ การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

​ธนาคารมีความมุ่งมั่นในการป้องกันมิให้ธนาคารเป็นแหล่งฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ดังนั้น ธนาคารจึงได้กำหนดนโยบาย ระเบียบปฏิบัติ คู่มือการปฏิบัติงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานของธนาคารดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และกฎระเบียบของหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องต่อไปนี้

  1. การรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (KYC/CDD) : ธนาคารกำหนดให้ลูกค้าต้องแสดงตนทุกครั้งก่อนสร้างความสัมพันธ์/ทำธุรกรรม โดยแสดงข้อมูลและหลักฐานตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ธนาคารสามารถระบุตัวตนและพิสูจน์ทราบตัวตนของลูกค้าได้ และมีการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า ทั้งการรับลูกค้าที่สร้างความสัมพันธ์ต่อหน้า (Face-to-face channel) และลูกค้าที่ไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ต่อหน้า (Non-face-to-face channel) เพื่อจัดระดับความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่ การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงของลูกค้า สำหรับการแสดงตนของลูกค้าที่ไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ต่อหน้า (Non-face-to-face channel) ธนาคารต้องจัดให้ลูกค้าส่งข้อมูลและหลักฐานการแสดงตน เพื่อยืนยันตัวตนของลูกค้าให้ครบถ้วน ก่อนที่จะอนุมัติรับทำธุรกรรมครั้งแรก

    ​กรณีการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่มีระดับความเสี่ยงสูง โดยพิจารณาจากข้อมูลลูกค้า ประเทศ/สัญชาติ การประกอบธุรกิจ และการใช้ผลิตภัณฑ์/บริการกับธนาคาร จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ ดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างเข้มข้น และการทบทวนข้อมูลลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ
  2. การตรวจสอบรายชื่อลูกค้ากับ Sanction Lists: ธนาคารกำหนดให้มีการตรวจสอบรายชื่อลูกค้าและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ Sanction Lists ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และ Sanction Lists ตามมาตรฐานสากล รวมถึงรายชื่อบุคคล/กลุ่มบุคคลที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย ซึ่งประกาศโดยหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้อง ก่อนสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า/ทำธุรกรรม
  3. บุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง (PEPs) : ธนาคารกำหนดให้บุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง (PEPs) เป็นปัจจัยที่มีระดับความเสี่ยงสูง ดังนั้น การสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมืองจะต้องดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างเข้มข้น การทบทวนข้อมูลลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ และการอนุมัติการสร้างความสัมพันธ์จากผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ
  4. การบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง : ธนาคารจัดให้มีการระบุและพิสูจน์ทราบตัวตนของลูกค้ารวมถึงประเมินและจัดระดับความเสี่ยงในการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงของลูกค้า เพื่อจัดเก็บข้อมูลและหลักฐานการแสดงตนให้เหมาะสมตามระดับความเสี่ยงในการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงของลูกค้า นอกจากนี้ ธนาคารมีการทบทวนข้อมูลลูกค้าและมีการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ
  5. การติดตามความเคลื่อนไหวในทางบัญชีของลูกค้า : ธนาคารกำหนดให้มีการติดตามและสอบทาน ความเคลื่อนไหวทางบัญชีของลูกค้าจนกว่าจะยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจตามแนวทางที่กฎหมายกำหนด เพื่อประเมินว่าลูกค้าทำธุรกรรมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ อาชีพ และแหล่งที่มาของรายได้ที่แจ้งแก่ธนาคารหรือไม่
  6. การรายงานธุรกรรม : ธนาคารมีกระบวนการและระบบงานสำหรับการรายงานธุรกรรมของธนาคาร ได้แก่ ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด ธุรกรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ และธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย เพื่อให้การปฏิบัติงานของธนาคารถูกต้อง สอดคล้องตามกฎหมาย
  7. การเก็บรักษาข้อมูล : ธนาคารกำหนดให้มีการจัดเก็บข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน เป็นเวลา 10 ปีนับแต่วันที่มีการปิดบัญชีหรือยุติความสัมพันธ์กับลูกค้าตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการเก็บรักษาข้อมูลจะต้องเก็บรักษาไว้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้ในการตรวจสอบและเพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงตามกฎหมาย
  8. การฝึกอบรมบุคลากร : ธนาคารจัดให้มีการอบรมให้ความรู้แก่พนักงาน เพื่อให้ได้รับทราบและเข้าใจแนวทางปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกันการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอย่างถูกต้อง ผ่านหลากหลายช่องทาง อีกทั้งจัดให้มีการประเมินความรู้พนักงานในเรื่องดังกล่าว
  9. การตรวจสอบการปฏิบัติงาน : ธนาคารกำหนดให้ฝ่ายตรวจสอบภายในของธนาคารทำหน้าที่ในการตรวจสอบ การปฏิบัติตามนโยบายและระเบียบปฏิบัติในเรื่องการป้องกันการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อ การร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอย่างสม่ำเสมอ
  10. การประเมินความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงภายในธนาคาร (Self-assessment) : ธนาคารมีการประเมินความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงภายในของธนาคารเป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นการประเมินความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจทั้งหมดของธนาคาร โดยพิจารณาจากปัจจัยความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และ การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง เช่น ปัจจัยความเสี่ยงเกี่ยวกับลูกค้า พื้นที่หรือประเทศ ผลิตภัณฑ์ บริการ ลักษณะการทำธุรกรรม ช่องทางการให้บริการ รวมถึงผลการประเมินความเสี่ยงตามรายงานการประเมินความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายระดับชาติ (National Risk Assessment) ธนาคารยังได้กำหนดมาตรการและวิธีการในการบรรเทาความเสี่ยงขึ้นเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาการบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง นอกจากนี้ ธนาคารมีฝ่ายตรวจสอบภายในของธนาคารทำหน้าที่ในการตรวจสอบการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานของธนาคารสอดคล้องตามหลักเกณฑ์ ระเบียบภายใน อีกทั้งธนาคารได้รับการตรวจสอบ การปฏิบัติงานจากหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้อง

ประเภท