ประเด็นร้อน: ตัวเลขเศรษฐกิจแย่ กดดันหุ้นสหรัฐฯร่วง

กดฟัง
หยุด
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงหนักเมื่อวันศุกร์ 21 ก.พ. 68 ที่ผ่านมา โดยดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง 1.69%, S&P 500 ปรับตัวลง 1.71% และดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง 2.20% จากตัวเลขเศรษฐกิจที่เปิดเผยออกมาอ่อนแอกว่าที่คาดไว้
  • ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งหนุนด้วยตลาดแรงงานที่ร้อนแรง K WEALTH ยังมีมุมมอง Slightly Positive ต่อการลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเน้นไปยังกองทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายของสมัยประธานาธิบดีทรัมป์ และกองทุนหุ้นสหรัฐฯ กลุ่ม Mid-Small Cap ที่มูลค่าเหมาะสมและมีการเติบโตดี

ตัวเลขเศรษฐกิจอ่อนแอ กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงหนักเมื่อวันศุกร์ 21 ก.พ. 68 ที่ผ่านมา โดยดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง 1.69%, S&P 500 ปรับตัวลง 1.71% และดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง 2.20% ด้วยปัจจัยกดดันดังนี้


  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก University of Michigan เดือน ก.พ. ลดลงสู่ระดับ 64.7 จุด ต่ำสุดนับตั้งแต่ พ.ย. 2023 สะท้อนความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ
  • ยอดขายบ้านมือสอง เดือน ม.ค. ลดลง 4.9% (MoM) จากอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
  • ดัชนี S&P Global Services PMI เดือน ก.พ. ลดลงสู่ 49.7 จุด จากเดือนก่อนหน้าที่ 52.9 จุด แสดงถึงการลดลงและหดตัวของภาคบริการเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองปี
  • การประกาศนโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากประธานาธิบดีทรัมป์ โดยจะขึ้นภาษีไปที่ระดับ 25% สำหรับารนำเข้ารถยนต์ และอาจขยายไปสู่เซมิคอนดักเตอร์และเวชภัณฑ์ ทำให้มีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงกดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

มุมมองการลงทุน

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าที่คาดไว้ ทำให้เกิดการเทขายจากนักลงทุนที่เก็งกำไรระยะสั้น แต่ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งซึ่งหนุนด้วยตลาดแรงงานที่การจ้างงานยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและอัตราการว่างงานที่ต่ำ ขณะที่นโยบายการค้าที่เข้มงวดขึ้นในยุคประธานาธิบดีทรัมป์ค่อนข้างเป็นไปตามคาดการณ์ของนักลงทุน จึงอาจสร้างแรงกดดันได้เพียงในระยะสั้น


ส่วนผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อในช่วงครึ่งแรงของปีนี้ และอาจทำให้ Fed ลดอัตราดอกเบี้ยช้าลงกว่าที่คาด ซึ่ง Fed ได้ส่งสัญญาณชัดเจนมาตั้งแต่การประชุมเดือน ธ.ค. และตลาดหุ้นสหรัฐฯ รวมถึงทั่วโลกได้รับข่าวดังกล่าวไปแล้วบางส่วน


จากปัจจัยทั้งหมด K WEALTH ยังมีมุมมอง Slightly Positive ต่อการลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเน้นไปยังกองทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายของสมัยประธานาธิบดีทรัมป์ และกองทุนหุ้นสหรัฐฯ กลุ่ม Mid-Small Cap ที่มูลค่าเหมาะสมและมีการเติบโตดี


คำแนะนำสำหรับกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ดังนี้

ผู้ที่ถือกองทุนที่มีสัดส่วนหุ้นสหรัฐฯ แนะนำถือลงทุนต่อ ทยอยสะสมเพิ่ม


ผู้ที่ถือกองทุนที่ไม่มีสัดส่วนหุ้นสหรัฐฯ แนะนำทยอยสะสม


โดยมีคำแนะนำในกองทุนแนะนำ มีดังนี้

  • ผู้ที่รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้
    • แนะนำพิจารณาลงทุนกองทุน K-GHEALTH* (ระดับความเสี่ยง 6 จาก 8 ระดับ) ลงทุนในบริษัท Healthcare ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Defensive เช่น Pharmaceutical, Healthcare Services และกลุ่ม Growth เช่น Medtech, Biotechnology
    • แนะนำพิจารณาลงทุนกองทุน K-USA* (ระดับความเสี่ยง 6 จาก 8 ระดับ) ลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พร้อมรับทุกโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจและธุรกิจสหรัฐฯ
    • แนะนำพิจารณาลงทุนกองทุน K-VIETNAM* (ระดับความเสี่ยง 6 จาก 8 ระดับ) ลงทุนหุ้นเวียดนามที่รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจ เช่น บริโภคภายใน การเงิน อุตสาหกรรม
    • แนะนำพิจารณาลงทุนกองทุน K-GINFRA* (ระดับความเสี่ยง 6 จาก 8 ระดับ) ซึ่งลงในบริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก เช่น ท่อก๊าซ โรงไฟฟ้า สนามบิน
    • แนะนำพิจารณาลงทุนกองทุน K-GOLD** (ระดับความเสี่ยง 8 จาก 8 ระดับ) เพื่อรับกับความผันผวนจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
  • สำหรับนักลงทุนที่มีความกังวลต่อความผันผวนของตลาดหุ้น หรือกังวลกับความเสี่ยงในการลงทุน
    • หากรับความเสี่ยงได้บ้าง หรือเป็นเงินลงทุนที่ถือได้อย่างน้อย 1 ปี ขอแนะนำกองทุนตราสารหนี้ ได้แก่
      • กองทุน K-FIXED-A** (ระดับความเสี่ยง 4 จาก 8 ระดับ) ในกรณีที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากการลงทุนต่างประเทศ
      • กองทุน K-FIXEDPLUS** (ระดับความเสี่ยง 4 จาก 8 ระดับ) ในกรณีที่ต้องการเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนต่างประเทศหรือรับความเสี่ยงจากการลงทุนต่างประเทศได้
  • หากรับความเสี่ยงได้ต่ำ หรือต้องการหลีกเลี่ยงทางเลือกที่มีความผันผวน หรือต้องการพักเงินสั้นๆ เพื่อรอจังหวะเข้าลงทุนอีกครั้ง แนะนำ
    • กองทุน K-SF-A** (ระดับความเสี่ยง 4 จาก 8 ระดับ) ซึ่งเหมาะกับการลงทุน 1-3 เดือน
    • กองทุน K-SFPLUS** (ระดับความเสี่ยง 4 จาก 8 ระดับ) เหมาะกับการลงทุน 3-6 เดือน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Bloomberg


คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”
*กองทุน K-GHEALTH, K-VIETNAM, K-GINFRA, K-USA มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหรือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนบางส่วน
**กองทุน K-FIXED-A, K-FIXEDPLUS, K-SF-A, K-SFPLUS และ K-GOLD มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด

ผู้เขียน

KWEALTH

Back to top