กระแส AI ช่วยให้ธุรกิจ Data Center และธุรกิจ Server เติบโต และช่วยให้ Hard Disk Drive (HDD) ของไทย (อุปกรณ์หลักในการผลิต Server) ส่งออกได้มากขึ้น ทำไมเราต้องเกาะกระแส AI นี้ เราจะได้ประโยชน์อะไร บทความนี้มีคำตอบ

เจาะลึก AI & Data Center ทำไมอนาคตของคุณต้องอยู่ในเกมนี้?

กระแส AI ช่วยให้ธุรกิจ Data Center และธุรกิจ Server เติบโต และช่วยให้ Hard Disk Drive (HDD) ของไทย (อุปกรณ์หลักในการผลิต Server) ส่งออกได้มากขึ้น ทำไมเราต้องเกาะกระแส AI นี้ เราจะได้ประโยชน์อะไร บทความนี้มีคำตอบ

กดฟัง
หยุด
  • เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ Artificial intelligent (AI) กำลังเป็นนิยมมากในปัจจุบัน เห็นได้จาก อัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจ AI ทั่วโลกที่คาดว่าจะเติบโตกว่า 100% ในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งทำให้มีแนวโน้มที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่าง Data Center หรือ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Data Center ไม่ว่าจะเป็น Server หรือ อุปกรณ์ Hard Disk Drive จะได้อานิสงส์เชิงบวกจากเทรนด์การเติบโตนี้ด้วย
  • 3 ทางเลือกการลงทุนในธุรกิจตามกระแส AI และ Data Center ประกอบด้วย 1.ลงทุนในหุ้นต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยตรง 2.กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศที่ลงทุนใน AI และ 3 ลงทุนในกองทุน REITs โดยสัดส่วนที่แนะนำไม่ควรเกิน 20% ของพอร์ตการลงทุน เนื่องจากถือเป็นสัดส่วน Thematic

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial intelligent (AI) ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น Face ID ที่ใช้ในการปลดล๊อคหน้าจอ iPhone หรือใน Social Media อย่าง Facebook Twitter Instagram ที่อยู่เบื้องหลังในการเลือกแสดงโพสต์ที่อยู่ในความสนใจของเรา รวมถึงการสืบค้นใน google ที่จะใช้ข้อมูลในอดีตมาช่วยสืบค้นหา แสดงโฆษณาที่มีความสนใจเป็นรายบุคคล (Personalized Message) แล้วอะไรที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของเทรนด์ AI เหล่านี้ และเราจะเกาะกระแส AI เพื่อทำให้เงินในกระเป๋าเงินเรางอกเงยได้อย่างไร ในบทความนี้ K WEALTH จะชวนมาเจาะลึกกัน


เกิดอะไรขึ้นกับกระแส AI

AI ได้รับการยอมรับและนำมาใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การแพทย์ การเงิน ไปจนถึงการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกับคน เช่น การใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัด หรือ การรักษาเฉพาะตัวบุคคล (Personalized Medicine) เป็นการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ป่วย มาใช้วางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เช่น ประวัติการรักษา ยีน การบริโภค ระดับความเครียด นอกจากนี้ตัวอย่างในอุตสาหกรรมการเงิน เช่น การใช้ AI ช่วยวางแผนการลงทุน หรือ ที่เรียกว่า Robo Advisor การใช้ AI ช่วยตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติ ทำให้ทราบความเสี่ยงในการฉ้อโกง ฟอกเงิน เป็นต้น ดังนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้ามาของ AI ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้เวลาน้อยลง คุณภาพของงานดีขึ้น และช่วยให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจ


การเติบโตของการใช้ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่น หากลุ่มลูกค้าเป้าหมายใน Social Media หรือ การสรุปข้อความในประชุมทาง Online ที่ช่วยทำให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เป็นการเติบโตของกระแส AI ในยุคปัจจุบัน โดยดูได้จาก อัตราการเติบโตของขนาดธุรกิจในอุตสาหกรรม AI เติบโตแบบก้าวกระโดด


Artificial intelligence(AI) market size worldwide from 2020 to 2030 (in billion U.S. dollars)


ที่มา : Statista 2025 https://www.statista.com/forecasts/1474143/global-ai-market-size


จากรูปที่ 1 เป็นการแสดงคาดการณ์ของมูลค่าตลาดของอุตสาหกรรม AI ทั่วโลก ที่จัดทำโดย Statista โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2028 อุตสาหกรรม AI โลก จะโตจากปัจจุบัน (ปี 2025) กว่า 100% และในปี 2030 คาดการณ์จะโตกว่าปี 2025 ถึง 400% แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของกระแส AI ที่จะเติบโตอย่างมากในทศวรรษที่ 21 ปัจจัยหนึ่งที่เข้ามาสนับสนุนภาพการเติบโตของอุตสาหกรรม AI คือเราเห็นการเปิดตัวของ AI ใหม่ ๆ อยู่เรื่อยๆ และ AI เหล่านั้นก็ได้รับผลตอบรับเชิงบวกจากนักลงทุนและผู้ใช้งานทั่วโลก อย่างเช่นล่าสุดคือ DeepSeek-R1 โมเดล AI ของจีนที่ได้รับการทดสอบแล้วว่ามีประสิทธิภาพทั้งด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ ๆ อย่าง Nvidia เห็นได้จากราคาหุ้นที่ปรับลดลงถึง 16.91% ภายในวันเดียว ซึ่งทาง KResearch มีมุมมองว่า ต้นทุนที่แท้จริงของ DeepSeek และความสามารถในการแข่งขันกับโมเดลระดับสูงสุด อาจเป็นปัจจัยกำหนดการแข่งขันทางด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แม้ว่า DeepSeek-R1 อาจไม่สามารถตอบโจทย์ความคาดหวังได้ทั้งหมด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้พัฒนาในวงการ คิดที่สร้าง AI ที่มีประสิทธิภาพสูงโดยใช้ทรัพยากรที่น้อยลง ก็อาจกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นหมายถึง การพัฒนาของ AI จะมีโอกาสเติบโตได้อีกไกล


การเติบโตของ Data Center ตามกระแส AI

การเติบโตของ AI ส่งผลให้ความต้องการใช้ Data Center เพิ่มขึ้นอย่างมาก จะเห็นได้จาก บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในสหรัฐฯ อย่าง AWS บริษัทในเครือ Amazon เตรียมลงทุนครั้งใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐาน Data Center**ในไทย มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.73 แสนล้านบาท) ในอีก 15 ปีข้างหน้า รวมถึง บริษัท Equinix ผู้ให้บริการ Data Center แบบ Colocation รายใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศแผนลงทุนในไทย มูลค่ารวมกว่า 500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 16,500 ล้านบาท) ในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการประมวลผล AI โดยคาดการณ์ว่าเม็ดเงินลงทุนรวมจะสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ** โดยปัจจุบัน KResearch คาดการณ์ว่า การขยายตัวของธุรกิจ Data Center ส่งผลให้ความต้องการ Server เพิ่มขึ้น นำมาซึ่งการคาดการณ์ว่ามูลค่าส่งออก Hard Disk Drive (HDD) ของไทย ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักเพื่อใช้จัดเก็บข้อมูลใน Server จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 15% ในปี 2025 นี้ นอกจากนี้ การใช้พลังงานของ Data Center** คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 460 เทราวัตต์ชั่วโมงในปี 2022 เป็นมากกว่า 1,000 เทราวัตต์ชั่วโมงภายในปี 2026 แสดงให้เห็นว่า นอกจากธุรกิจ Data Center แล้ว ยังมีธุรกิจอื่น ที่ได้ประโยชน์จากกระแสเติบโตของ AI อีกด้วย


** ที่มา : website https://thestandard.co/aws-data-center-thailand/

www.techsauce.co


จากกระแส AI เราจะเกาะกับกระแสนี้ได้อย่างไร

เพื่อให้สามารถเข้าร่วมและได้รับประโยชน์จากกระแส AI ที่กำลังเติบโต เราสามารเกาะกระแส AI ได้ ดังนี้:


  • การนำ AI มาใช้ในธุรกิจ: สำรวจวิธีการนำ AI มาปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงาน เช่น นำมาสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือช่วยลดต้นทุน
  • การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน: พิจารณาการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI เช่น Data Center และระบบเครือข่าย ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตดีตามกระแส AI

คำแนะนำการลงทุน

3 ทางเลือกการลงทุนในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center สามารถพิจารณาลงทุนได้ดังนี้:


การตระหนักถึงความสำคัญของ AI และ Data Center และการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง จะช่วยให้เราสามารถปรับตัวและเติบโตไปพร้อมกับกระแสเทคโนโลยีในอนาคตได้อย่างมั่นคง สำหรับสัดส่วนในการลงทุน K WEALTH แนะนำให้ลงทุนใน Theme AI (ทั้ง 3 ทางเลือก) ในสัดส่วนรวมกันไม่เกิน 20% ของพอร์ต เพื่อเป็นการกระจายการลงทุน และไม่ทำให้พอร์ตมีความผันผวนสูงจนเกินไป


  • หุ้นต่างประเทศ: เลือกลงทุนในบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในเทคโนโลยี AI และโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง เช่น Nvidia, Microsoft และ Amazon ซึ่งมีการลงทุนใน Data Center อย่างจริงจัง เพื่อรองรับการเติบโตของ AI
  • กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ: เลือกลงทุนในกองทุนที่มีสัดส่วนลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center เช่น กองทุน K-GTECH ที่เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI หรือ รับความเสี่ยงได้ปานกลาง
  • กองทุน REITs: พิจารณากองทุน REITs ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ Data Center เช่น กองทุน K-GPROP ที่มีนโยบายลงทุนในอสังริมทรัพย์ทั่วโลก และมี 1 ในบริษัท Top 5 Holdings อย่าง Equinix ผู้นำด้าน Data Center REITs ระดับโลก เป็นต้น


ผู้เขียน

KWEALTHสุนิติ ถนัดวณิชย์ CFP®

Back to top