ทำความรู้จักกับ BALANCED FUND

ศึกษาข้อมูล BALANCED FUND เพิ่มเติม

BALANCED FUND
แบ่งสัดส่วนการลงทุนอย่างไร?

BALANCED FUND จะกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเภทกัน เช่น หุ้นไทย, หุ้นต่างประเทศ, อสังหาฯ, และตราสารหนี้ ซึ่งสามารถปรับสัดส่วนสินทรัพย์ตามสภาวะตลาดได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อลดความเสี่ยง และสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีเมื่อตลาดอยู่ในสภาวะผันผวน

หุ้นไทย 25%

หุ้นต่างประเทศ 25%

อสังหาฯ 25%

ตราสารหนี้ 25%

ตราสารหนี้ 25%

หุ้นไทย 10%

หุ้นต่างประเทศ 40%

อสังหาฯ 20%

ตราสารหนี้ 15%

พันธบัตรรัฐบาล 15%

ช่วงตลาดผันผวน กองทุนจะปรับสัดส่วนสินทรัพย์ได้อย่างยืดหยุ่น

เปรียบเทียบกองทุนสายกลาง

กดที่รูปเพื่อขยายตาราง

ผลการดําเนินงาน
ย้อนหลัง
ตั้งแต่ต้นปี 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี
(% ต่อปี)
3 ปี
(% ต่อปี)
5 ปี
(% ต่อปี)
ตั้งแต่จัดตั้ง
(% ต่อปี)
K-FITS -0.23 -0.97 2.11 0.17 0.41 N/A 0.49
ตัวชี้วัด (Benchmark) 2.49 0.75 1.50 2.99 3.00 N/A 3.00
ที่มา: บลจ. กสิกรไทย วันที่ 30 ต.ค. 63 / K-FITS จัดตั้งเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 60 / ตัวชี้วัด (Benchmark): กองทุนใช้อัตราผลตอบแทน 3% ต่อปี
K-FITM -1.75 -2.55 3.72 -1.23 -0.74 N/A -0.51
ตัวชี้วัด (Benchmark) 4.56 1.35 2.73 5.49 5.50 N/A 5.50
ที่มา: บลจ.กสิกรไทย วันที่ 30 ต.ค. 63 / K-FITM จัดตั้งเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 60 / ตัวชี้วัด (Benchmark): กองทุนใช้อัตราผลตอบแทน 5.5% ต่อปี
K-FITL 0.16 0.18 10.92 1.09 -0.26 N/A -0.02
ตัวชี้วัด (Benchmark) 5.17 1.36 3.24 6.98 7.33 N/A 7.33
ที่มา: บลจ.กสิกรไทย วันที่ 30 ต.ค. 63 / K-FITL จัดตั้งเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 60 / ตัวชี้วัด (Benchmark): กองทุนใช้อัตราผลตอบแทน 7% ต่อปี
K-FITXL 1.17 -0.67 12.91 3.54 0.47 N/A 0.91
ตัวชี้วัด (Benchmark) 6.79 1.02 3.50 8.47 9.49 N/A 9.50
ที่มา: บลจ.กสิกรไทย วันที่ 31 ส.ค. 63 / K-FITXL จัดตั้งเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 60 / ตัวชี้วัด (Benchmark): กองทุนใช้อัตราผลตอบแทน 8.5% ต่อปี
K-GINCOME-A(R) -5.53 -1.27 5.50 -4.06 -0.47 1.88 1.63
ตัวชี้วัด (Benchmark) 2.45 -0.41 9.91 5.32 3.64 5.82 5.34
ที่มา: บลจ.กสิกรไทย วันที่ 30 ต.ค. 63 / K-GINCOME-A(R) จัดตั้งเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 58 / ตัวชี้วัด (Benchmark): ดัชนี Bloomberg Barclays US High Yield 2% Issuer Cap Index (Total Return Gross) Hedged to EUR 40% / ดัชนี MSCI World Index (Total Return Net) Hedged to EUR 35% / ดัชนี Bloomberg Barclays Global Credit Index (Total Return Gross) Hedged to EUR 25% ซึ่งเป็นตัวชี้วัดของกองทุนหลัก โดยปรับด้วยต้นทุนการป้องกัน ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเทียบกับค่าสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน ตามสัดส่วนการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ประมาณ 75% และปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อเทียบกับค่าสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน ตามสัดส่วนที่ไม่ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้าน อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 25%
รายละเอียดกองทุน K-GINCOME-A(R) K-FIT Wealth PLUS
เริ่มต้นลงทุน 500 500 10,000
รับผลตอบแทนทุกเดือน - -
เลือกผลตอบแทนได้ -
คำนวณระยะเวลาลงทุนได้ - -
ระยะเวลาลงทุนที่เหมาะสม 3-5 ปี 3 ปีขึ้นไป ปรับเปลี่ยนได้ตามแผนลงทุนที่คาดหวัง
สินทรัพย์ที่ลงทุน หุ้นต่างประเทศ, ตราสารหนี้ต่างประเทศ, หุ้นกู้, อสังหาฯ หุ้นไทย, หุ้นต่างประเทศ, ตราสารหนี้ไทย, ตราสารหนี้ต่างประเทศ, สินทรัพย์ทางเลือก หุ้นไทย, หุ้นต่างประเทศ, ตราสารหนี้ไทย, ตราสารหนี้ต่างประเทศ, สินทรัพย์ทางเลือก
ซื้อเพิ่ม / ขายคืนได้ตลอด
บริหารและปรับสัดส่วนโดย ผู้จัดการกองทุนปรับสัดส่วนทุกเดือน ผู้จัดการกองทุนปรับสัดส่วนทุก 3 เดือน Robo Advisor (Auto-Rebalance)
การกำหนดสัดส่วนพอร์ตลงทุน - - ปรับสัดส่วนให้อัตโนมัติตามความเสี่ยง
ช่องทางการซื้อ K PLUS, K-My Funds, K-Cyber Invest และธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา K PLUS, K-My Funds และ K-Cyber Invest K PLUS

คำถามที่พบบ่อย

1. กองทุน BALANCED FUND คืออะไร

BALANCED FUND หรือ กองทุนผสม คือกองทุนที่สามารถกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเงินฝาก ตราสารหนี้ หุ้น สินทรัพย์ทางเลือก เป็นต้น โดยมีผู้จัดการลงทุนจัดสัดส่วนแต่ละสินทรัพย์ให้เหมาะสมในพอร์ตกองทุน

2. สินทรัพย์ต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบของกองทุน BALANCED FUND มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างไร
  • หุ้น เป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็ตามมาด้วยความเสี่ยงสูงเช่นกัน
  • ตราสารหนี้ เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้น มีความมั่นคง เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ เป็นต้น ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอนและสม่ำเสมอ
  • สินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ หรือน้ำมัน ให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงด้วยเช่นกัน และการขึ้นลงของราคามักจะสวนทางกับหุ้น
3. ข้อดีของ BALANCED FUND คืออะไร

ข้อดีคือ ผู้ลงทุนเลือกลงทุนเพียงกองทุนเดียว ก็จะได้กระจายความเสี่ยง ลดโอกาสขาดทุน และเพิ่มโอกาสทำกำไร เพราะหากผู้ลงทุนเลือกลงทุนเพียงกองทุนหุ้นอย่างเดียวก็จะมีความเสี่ยงสูงเกินไป ในขณะที่ลงทุนกองทุนตราสารหนี้แม้จะมีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ได้รับผลตอบแทนน้อยเกินไป ดังนั้น BALANCED FUND จึงช่วยปรับการลงทุนให้สมดุล โดยมีผู้จัดการกองทุนที่คอยปรับสัดส่วนสินทรัพย์ต่างๆ ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด

4. กองทุน BALANCED FUND เหมาะกับใคร
  • นักลงทุนมือใหม่ ที่อยากเริ่มลงทุน แต่ยังไม่อยากเสี่ยงสูงมาก และไม่รู้จังหวะในการเข้าลงทุน
  • นักลงทุนที่มีประสบการณ์ลงทุนมาแล้ว แต่ไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวังไว้ เพราะเคยลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งมากหรือน้อยเกินไป ไม่ได้กระจายความเสี่ยง หรือไม่มีเวลาปรับพอร์ตด้วยตนเอง
5. ควรลงทุนนานแค่ไหน

แนะนำควรถือครองกองทุน BALANCED FUND ทั้ง K-GINCOME และ K-FIT ตั้งแต่ 3-5 ปี เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนตามเป้าหมาย และลดโอกาสขาดทุนในระยะสั้นๆ

6. ควรเลือก BALANCED FUND กองทุนไหนดี

การเลือกกองทุนควรพิจารณาจากเป้าหมายการลงทุนดังนี้

  • หากเป้าหมายคือ ต้องการรับผลตอบแทนกลับไปทุกเดือนระหว่างลงทุน ควรเลือก K-GINCOME-A(R) ซึ่งมีนโยบายรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติทุกเดือน
  • หากต้องการถือกองทุนระยะยาว และคาดหวังให้เงินลงทุนเติบโตเป็นเงินก้อนใหญ่ใน 3-5 ปีข้างหน้า โดยไม่ต้องการรับเงินปันผลระหว่างลงทุน เลือกได้ทั้งกองทุน K-FIT ที่มีผู้จัดการกองทุนปรับพอร์ตให้ หรือ บริการ Wealth PLUS ซึ่งเป็นบริการจัดพอร์ตให้อัตโนมัติ (Robo Advisor) ตามเป้าหมายการลงทุน
7. ถ้าเลือกไม่ถูก มีเงินอยู่ 50,000 ควรซื้อทั้ง K-GINCOME-A(R) และ K-FIT และ Wealth PLUS หรือไม่

ไม่จำเป็น เพราะแต่ละกองทุนมีการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายอยู่แล้ว ดังนั้นหากเลือกหลายกองทุน ในที่สุดอาจจะได้ลงทุนในสินทรัพย์คล้ายๆ กัน ดังนั้น ควรพิจารณาจากเป้าหมายในการลงทุนเป็นหลักมากกว่า

8. กองทุน K-GINCOME-A(R) และ K-FIT มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนหรือไม่

มีโอกาส เพราะ ราคาของกองทุนมีการเคลื่อนไหวตามราคาตลาดของสินทรัพย์ลงทุนในขณะนั้นๆ เช่น หากหุ้นที่กองทุนลงทุนอยู่ปรับตัวลงตามสภาวะตลาด ซึ่งราคาของกองทุนก็จะปรับลดตาม อย่างไรก็ตามในกรณีของ K-GINCOME-A(R) หากหุ้นตัวนั้นๆ ยังสามารถจ่ายปันผลได้ กองทุนก็ยังคงมีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอและสามารถจ่ายผลตอบแทนอัตโนมัติได้ ในขณะที่กองทุน K-FIT ผู้จัดการกองทุนจะคอยปรับพอร์ตและซื้อขายเพื่อให้กองทุนมีกำไรสะสมและมีผลตอบแทนตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ดังนั้นหากผู้ลงทุนถือกองทุนระยะยาว 3-5 ปี โดยไม่ได้ขายคืนในขณะที่มูลค่ากองทุนปรับตัวลง ก็จะลดโอกาสขาดทุนได้

9. กองทุน K-FITS, K-FITM, K-FITL และ K-FITXL แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกอย่างไร

กองทุน K-FIT มีกองทุนให้เลือก 4 รูปแบบ แตกต่างกันตามสัดส่วนของสินทรัพย์ที่ลงทุน เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนตามผลตอบแทนที่ต้องการและความเสี่ยงที่รับได้

  • ไม่อยากเสี่ยงมาก คาดหวังผลตอบแทนประมาณ 3% ต่อปี เลือก K-FITS
  • เสี่ยงได้ปานกลาง คาดหวังผลตอบแทนประมาณ 5.5% ต่อปี เลือก K-FITM
  • เสี่ยงได้มากขึ้น คาดหวังผลตอบแทนประมาณ 7% ต่อปี เลือก K-FITL
  • เสี่ยงได้มาก คาดหวังผลตอบแทนประมาณ 8.5% ต่อปี เลือก K-FITXL

หมายเหตุ: อัตราผลตอบแทนที่ใช้เป็นดัชนีชี้วัดของกองทุนเกิดจากการจัดแบบจำลองการลงทุนย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งกองทุนมิได้รับประกันผลตอบแทนดังกล่าว และผู้ลงทุนอาจได้รับผลตอบแทนติดลบหรือน้อยกว่าอัตราผลตอบแทนที่กำหนดเป็นตัวชี้วัดได้

10. Wealth PLUS คืออะไร เหมาะกับใคร

Wealth PLUS เป็นบริการจัดพอร์ตให้อัตโนมัติ (Robo Advisor) ตามเป้าหมายการลงทุนของคุณ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เหมาะสำหรับคนที่อยากลงทุน แต่ไม่มีเวลาติดตามกองทุนเอง อยากได้ผู้ช่วยส่วนตัวคอยปรับพอร์ตให้ตามสภาวะตลาด สามารถเริ่มลงทุนได้ง่ายๆ ผ่านแอป K PLUS โดยมีบริการครอบคลุมดังต่อไปนี้

  • จัดพอร์ตเลือกกองทุนให้อัตโนมัติ ตามแผนการลงทุนที่คุณเลือกเองได้
  • สร้างแผนการลงทุนได้เองง่ายๆ ด้วยบริการ Wealth PLUS บน K PLUS ได้เลย
  • ระบบช่วยประเมินความเสี่ยงการลงทุน มีทั้งหมด 5 ระดับ จาก “ระดับต่ำ” ไปถึง “ระดับสูง”
  • ช่วยวางแผนการลงทุนโดยจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมตามความเสี่ยงที่คุณรับได้
  • สามารถซื้อ-ขายกองทุนเป็นพอร์ต ด้วยบริการ Wealth PLUS บน K PLUS
  • ลงทุนรายเดือนอัตโนมัติ (DCA) เริ่มต้น 1,000 บาท
  • ลงทุนรายครั้ง ครั้งแรกเริ่ม 10,000 บาท ครั้งถัดไปเริ่ม 1,000 บาท
  • ปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนอัตโนมัติ (Auto Rebalance) ทุกๆ 6 เดือน
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม K-Contact Center 02-888-8888 กด 4 กด 1
11. สำหรับผู้ที่มีบัญชีกองทุนรวมแล้ว สามารถซื้อกองทุนได้ผ่านช่องทางไหนบ้าง

สำหรับผู้ที่มีบัญชีกองทุนรวมอยู่แล้ว กดซื้อได้เลยง่ายๆ ผ่านแอป K PLUS หรือ K-My Funds และช่องทางออนไลน์ที่ K-Cyber Invest หรือที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา

12. ถ้ายังไม่มีบัญชีกองทุนรวม ต้องทำอย่างไร

สามารถเปิดบัญชีกองทุนรวมได้เองทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องไปสาขา โดยเตรียมเลขที่บัญชีออมทรัพย์ และข้อมูลตามบัตรประชาชนให้เรียบร้อย

  • หากมีบัญชีออมทรัพย์ KBank และมีแอป K PLUS แล้ว กดเปิดบัญชีผ่านเมนู “ลงทุน” ได้เลย
  • หากมีบัญชีออมทรัพย์ SCB, KTB เลือกเปิดบัญชีกองทุนผ่าน K-My Funds

*ข้อมูลบลจ.กสิกรไทย ณ ส.ค. 63

**K-GINCOME-A(R) ลงทุนผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Investment Funds-Global Income Fund, Class A (mth)-EUR

  • ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้ยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
  • K-GINCOME-A(R) ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ/K-FIT ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • กองทุนมีนโยบายที่แตกต่างกันทั้งด้านสินทรัพย์/ภูมิภาค/ประเทศ/กลุ่มธุรกิจที่กองทุนลงทุน ราคาของหลักทรัพย์จึงมีความผันผวนตามปัจจัยที่กระทบ
  • ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • สนใจลงทุนและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ www.kasikornasset.com
บริการทุกระดับประทับใจ