Display mode (Doesn't show in master page preview)
Skip Ribbon Commands
Skip to main content

​เป้าหมายระยะยาวด้านความยั่งยืน (ด้านเศรษฐกิจ​)​

​ ​ ​
นโยบายการดำเนินงา​นด้าน​​การพัฒนาอย่​างยั่​งยืน
เป้าหมายระย​ะยาวด้านความยั่งยืน
2559
​2560
​2561​
​2562​
2559-2563
2562-2566
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
การดำเนินธุรกิจตามหลัก
ธรรมาภิบาลที่ดี

  • การประเมินการกำกับดูแลกิจการ
    ในระดับ “ดีเลิศ”
  • ผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการ
    ในระดับ “ดีเลิศ”
  • ผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” โดยหน่วยงานภายนอก
  • ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” โดยหน่วยงานภายน​อก
  • ผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” โดยหน่วยงานภายนอก
  • ผลการประเมินระดับ “ดีเลิศ” จากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจด​ทะเบียนไทย โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
  • ผลการประเมินระดับ “ดีเลิศ” จากโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย
  • ผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการ
    ในระดับ “ดีเลิศ” โดยหน่วยงานภายนอก
  • “Top 50 ASEAN Publicly Listed Companies” จากงาน 2nd ASEAN Corporate Governance Awards Ceremony ภายใต้โครงการ ASEAN CG Scorecard จาก ASEAN Capital Markets Forum (ACMF)
  • ผลการประเมินระดับ “ดีเลิศ” จากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
  • ผลการประเมินระดับ “ดีเลิศ” จากโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย
  • การประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” โดยหน่วยงานภายนอก
  • ผลการประเมินระดับ “ดีเลิศ” จากโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย โดยสมาคม ส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
  • ผลการประเมินระดับ “ดีเลิศ” จากโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย
  • ไม่มีคำเตือนหรือผลการตรวจสอบ
    ที่มีนัยสำคัญจากหน่วยงานกำกับดูแล
  • ไม่มีคำเตือนหรือผลการตรวจสอบ
    ที่มีนัยสำคัญจากหน่วยงานกำกับดูแล
  • ไม่มีคำเตือนหรือผลการตรวจสอบที่มีนัยสำคัญจากหน่วยงานกำกับดูแล
  • ไม่มีคำเตือนหรือผลการตรวจสอบที่มีนัยสำคัญจากหน่วยงานกำกับดูแล
  • ไม่มีคำเตือนหรือผลการตรวจสอบที่มีนัยสำคัญจากหน่วยงานกำกับดูแล
  • ไม่มีคำเตือนหรือผลการตรวจสอบที่มีนัยสำคัญจากหน่วยงานกำกับดูแล

  • ไม่มีคำเตือนหรือผลการตรวจสอบ
    ที่มีนัยสำคัญจากหน่วยงานกำกับดูแล
  • ไม่มีคำเตือนหรือผลการตรวจสอบที่มีนัยสำคัญจากหน่วยงานกำกับดูแล
  • ไม่มีคำเตือนหรือผลการตรวจสอบ ที่มีนัยสำคัญจากหน่วยงานกำกับดูแล
  • ไม่มีประเด็นที่มีนัยสำคัญด้านจริยธรรมทางธุรกิจ จากผลการตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแล
การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางและตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง
  • การบริการที่ดีเลิศ
    (พิจารณาจากคะแนนความพึงพอใจของลูกค้า)
  • ดัชนีชี้วัดความภักดีของลูกค้า
    (Net Promoter Score: NPS)
    เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและสูงที่สุดของกลุ่มธุรกิจธนาคารในประเทศไทย
  • คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าสาขาที่ร้อยละ 91
  • คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าสาขาที่ร้อยละ 91
  • การบริการที่ดีเลิศ โดยมีคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าสาขาที่ร้อยละ 91
  • การบริการที่ดีเลิศ โดยมีคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าสาขาที่ร้อยละ 90* (Top Percentile of World all Industry 2015-2017)

    * มีการปรับเพิ่มขยายขอบเขตปัจจัยการวัดความพึงพอใจในการบริการให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเน้นคุณภาพบริการที่สะดวกรวดเร็วและความรู้ของพนักงาน เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการของสาขาธนาคาร
  • ระดับความพึงพอใจของลูกค้าบุคคลอยู่ในระดับ 91
  • ระดับความพึงพอใจของลูกค้าบุคคลอยู่ในระดับ 90*

    * ธนาคารปรับเพิ่มขยายขอบเขตปัจจัยการวัดความพึงพอใจในการบริการให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเน้นคุณภาพบริการที่สะดวก รวดเร็ว และความรู้ของพนักงาน เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการของสาขาธนาคาร
  • ดัชนีชี้วัดความภักดีของลูกค้า (Net Promoter Score: NPS) สูงที่สุดของกลุ่มธุรกิจธนาคารในประเทศไทย
  • ดัชนีชี้วัดความภักดีของลูกค้า (Net Promoter Score: NPS) อยู่ที่ระดับ 30 ซึ่งสูงสุดของกลุ่มธุรกิจธนาคารในประเทศไทย*

    ดัชนีชี้วัดความภักดีของลูกค้า (Net Promoter Score: NPS) ของภาพรวมธนาคารได้มาจากการทำวิจัยโดยว่าจ้าง บริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด ในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าให้คะแนน โดยเกิดความอคติ (Bias) กับธนาคาร ซึ่งการเก็บข้อมูลลูกค้าได้มีการกระจายตัวอย่างตามสัดส่วนของประชากรจริง เพื่อให้สะท้อนภาพตลาดของลูกค้าสถาบันการเงินในประเทศไทยให้มากที่สุด รวมไปถึงยังเก็บข้อมูลในจำนวนตัวอย่างที่เพียงพอต่อการอ่านผลตามหลักทางสถิติ
การพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่ม
  • ภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้านดิจิทัลแบงกิ้ง
  • ความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงกิ้ง (NPS ช่องทางโมบายแบงกิ้ง) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและสูงที่สุดของกลุ่มธุรกิจธนาคารในประเทศไทย
  • ภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้านดิจิทัลแบงกิ้ง
  • ภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้านดิจิทัลแบงกิ้ง
  • ภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้านดิจิทัลแบงกิ้ง
  • ภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้านดิจิทัลแบงกิ้ง
  • ภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำอันดับ 1
    ด้านดิจิทัลแบงกิ้ง
  • ภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้านดิจิทัลแบงกิ้ง
  • ความเป็นผู้นำด้านดิจิทัล แบงกิ้ง (NPS ช่องทางโมบายแบงกิ้ง) สูงที่สุดของกลุ่มธุรกิจธนาคารในประเทศไทย
  • ความเป็นผู้นำด้านดิจิทัล แบงกิ้ง (NPS ช่องทางโมบายแบงกิ้ง) อยู่ที่ระดับ 54 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้นำที่มีคะแนน NPS สูงสุดของธุรกิจธนาคารในประเทศไทย*

    *การเก็บข้อมูลลูกค้าบน Online Survey Platform เพื่อวัดผล NPS ช่องทางโมบายแบงกิ้ง ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสมกับลูกค้าผู้ที่ใช้งานสมาร์ทโฟนและใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถืออยู่เป็นประจำ โดยได้ว่าจ้างบริษัทที่มีความชำนาญในการเก็บข้อมูลลูกค้าบนแอพพลิเคชั่นต่างๆ แล้วนำผลมาวิเคราะห์ภายในธนาคารเพื่อความรวดเร็วในการรายงานและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
การให้ความรู้ทางการเงินกับสาธารณชน
  • การให้ความรู้ทางการเงินแก่ลูกค้าทั้ง 8 กลุ่ม และกลุ่มผู้ด้อยโอกาส
  • จำนวนลูกค้าเอสเอ็มอีที่ได้รับความรู้ทางการเงิน เติบโตไม่ตํ่ากว่าร้อยละ 5
  • ระดับความพึงพอใจของลูกค้าบุคคลที่ได้รับความรู้ทางการเงิน ร้อยละ 94
  • ระดับความพึงพอใจของลูกค้าธุรกิจที่ได้รับความรู้ทางการเงิน ร้อยละ 85
  • จำนวนผู้เข้าร่วมรับการอบรมความรู้ทางการเงินโดย K-Expert 52,640 ราย และผู้เข้าร่วมรับการอบรมความรู้ทางการเงินทางเวปไซด์ 350,000 ราย
  • จำนวนผู้เข้าร่วมรับการอบรมความรู้ทางการเงินโดย K-Expert 33,881 ราย และผู้เข้าร่วมรับการอบรมความรู้ทางการเงินทางเวปไซด์ 387,426 ราย
  • จำนวนผู้เข้าร่วมรับการอบรมความรู้ทางการเงินแก่ลูกค้าทั้ง 8 กลุ่มและกลุ่มผู้ด้อยโอกาส จำนวน 4,800,000 คน
  • จำนวนผู้เข้าร่วมรับการอบรมความรู้ทางการเงินแก่ลูกค้าทั้ง 8 กลุ่มและกลุ่มผู้ด้อยโอกาส จำนวน 6,290,000 คน
  • จำนวนผู้เข้าร่วมการอบรมความรู้ทางการเงินแก่ลูกค้าบุคคล และกลุ่มผู้ด้อยโอกาส จำนวน 4.95 ล้านคน
  • จำนวนผู้เข้าร่วมการอบรมความรู้ทางการเงินแก่ลูกค้าบุคคลและกลุ่มผู้ด้อยโอกาส จำนวน 2.89 ล้านคน*

    * ธนาคารปรับแนวทางการดำเนินงานให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินและการให้บริการแบบยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางแก่พนักงานสาขาและทีมขายทั่วประเทศ โดยมอบหมายให้ทีมที่ปรึกษา (K-Expert) ที่รับผิดชอบการให้ความรู้แก่สังคมและลูกค้า และพัฒนาพนักงานภายใน สร้างตัวแทนที่มีศักยภาพและเพิ่มโอกาสในการให้บริการและการให้ความรู้ทางการเงินของสาขาให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งดำเนินการไปพร้อมกับการให้ความรู้แก่สังคมส่งผลให้ปริมาณลูกค้าและผู้ที่ได้รับความรู้จากธนาคารลดลง และไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
  • จำนวนลูกค้าเอสเอ็มอีที่ได้รับความรู้ทางการเงิน 10,500 คน
  • จำนวนผู้เข้าร่วมการอบรมความรู้ทางการเงินแก่ลูกค้าบุคคลและกลุ่มผู้ด้อยโอกาส 1,755 คน
  • จำนวนลูกค้าเอสเอ็มอีที่ได้รับความรู้ทางการเงิน 15,000 คน
  • จำนวนผู้เข้าร่วมการอบรมความรู้ทางการเงินแก่ลูกค้าบุคคลและกลุ่มผู้ด้อยโอกาส 1,512 คน*

    * เนื่องจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่นับรวมพนักงานที่ได้รับความรู้ทางการเงิน ทั้งนี้ ในระหว่างปี ทีม K-Expert ได้รับมอบหมายเพิ่มให้มุ่งเน้นการให้ความรู้ทางการเงินกับพนักงานสาขาและทีมขายทั่วประเทศมากขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ส่งผลให้การให้ความรู้ทางการเงินต่อลูกค้าและสังคมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย)
การบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การรายงานเกี่ยวกับการติดตามด้านการบริหารและการระบุความเสี่ยงเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย โดยมีการดำรงอัตราส่วนเงินกองทุน ชั้นที่ 1 ตามกฎหมายต่อสินทรัพย์เสี่ยง* เป็นไปตามหลักเกณฑ์ Basel III และเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ

    * ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย
  • การรายงานเกี่ยวกับการติดตามด้านการบริหาร และการระบุความเสี่ยงเป็นไปตามข้อกำหนด ทางกฎหมาย โดยมีการดำรงอัตราส่วนเงิน กองทุนชั้นที่ 1 ตามกฎหมายต่อสินทรัพย์เสี่ยง* เป็นไปตามหลักเกณฑ์ Basel III และเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ

    * ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย
  • อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ตามกฎหมายต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่มากกว่าร้อยละ 12
  • อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ตามกฎหมายต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ร้อยละ 15.16
  • การดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ตามกฎหมาย ต่อสินทรัพย์เสี่ยง* เป็นไปตามหลักเกณฑ์ Basel III และเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ

    * ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย
  • อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ตามกฎหมาย ต่อสินทรัพย์เสี่ยง* อยู่ที่ 15.66% (ขั้นต่ำการดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 7.25%)

    * ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย
  • การดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ตามกฎหมายต่อสินทรัพย์เสี่ยง*
    เป็นไปตามหลักเกณฑ์ Basel IIIและเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ

    * ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย
  • อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ตามกฎหมายต่อสินทรัพย์เสี่ยง* อยู่ที่ร้อยละ 15.90 (อัตราส่วนเงินกองทุนขั้นตํ่า รวมเงินกองทุนส่วนเพิ่มที่ต้องดำรง สำหรับเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ร้อยละ 7.875)

    * ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย
  • การดำรงอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ตามกฎหมายต่อสินทรัพย์เสี่ยง*เป็นไปตามหลักเกณฑ์ Basel III และเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ
    * ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย
  • อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ตามกฎหมายต่อสินทรัพย์เสี่ยง* อยู่ที่ร้อยละ 16.19 (อัตราส่วนเงินกองทุนขั้นตํ่า รวมเงินกองทุนส่วนเพิ่มที่ต้องดำรงสำหรับเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ร้อยละ 9.0)
    * ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย
  • การนำเสนอโครงการ Project Finance
    ร้อยละ 100 ผ่านกระบวนการพิจารณาเครดิตตามประเด็นความเสี่ยงด้าน
    สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
  • การนำเสนอโครงการ Project Finance
    ร้อยละ 100 ผ่านกระบวนการพิจารณาเครดิตตามประเด็นความเสี่ยงด้าน
    สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
-
-​
  • การนำเสนอโครงการ Project Finance ร้อยละ 100
    ผ่านกระบวนการพิจารณาเครดิตตามประเด็นความเสี่ยง
    ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
  • การนำเสนอโครงการ Project Finance ร้อยละ 100
    ผ่านกระบวนการพิจารณาเครดิตตามประเด็นความเสี่ยง
    ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
  • การนำเสนอโครงการ Project Finance ร้อยละ 100 ผ่านกระบวนการพิจารณาเครดิตตามประเด็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
  • การนำเสนอโครงการ Project Finance ร้อยละ 100 ผ่านกระบวนการพิจารณาเครดิตตามประเด็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
  • การนำเสนอโครงการ Project Finance ร้อยละ 100 ผ่านกระบวนการพิจารณาเครดิตตามประเด็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
  • การนำเสนอโครงการ Project Finance ร้อยละ 100 ผ่านกระบวนการพิจารณาเครดิตตามประเด็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) นอกจากนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกโครงการที่ธนาคารสนับสนุนสินเชื่อจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ธนาคารจะดำเนินการประเมินสินเชื่อเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมตามมาตรฐานข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยธนาคารจะหารือประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าทั้งในระยะกลางและระยะยาว เพื่อทบทวนและตรวจสอบรายละเอียดของโครงการ และขอให้ลูกค้ารายงานความคืบหน้าเป็นระยะเพื่อติดตามและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการ ซึ่งธนาคารอาจจะปฏิเสธหรือระงับการให้สินเชื่อแก่โครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามมาตรฐานกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
การรักษาความปลอดภัยและ
ควา​มเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้า

  • เพิ่มการให้ความรู้ และความเข้าใจในเรื่องการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้าให้กับผู้เกี่ยวข้องที่มีความเสี่ยงสูงและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการธนาคาร พนักงาน ลูกค้า และคู่ค้า
  • สร้างประสิทธิผลของการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนพนักงานที่ผ่านเกณฑ์การตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์และเพิ่มความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์สำหรับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการธนาคารพนักงาน ลูกค้า และคู่ค้า
-
-
-
-
  • เพิ่มการให้ความรู้และความเข้าใจในเรื่องการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลให้กับผู้เกี่ยวข้องที่มีความเสี่ยงสูงและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการธนาคารพนักงาน ลูกค้า และคู่ค้า
  • เพิ่มการให้ความรู้และความเข้าใจในเรื่องการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลให้กับผู้เกี่ยวข้องที่มีความเสี่ยงสูงและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการธนาคาร พนักงาน ลูกค้า และคู่ค้า
  • เพิ่มการให้ความรู้และความเข้าใจในเรื่องการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลให้กับผู้เกี่ยวข้องที่มีความเสี่ยงสูงและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการธนาคาร พนักงาน ลูกค้า และคู่ค้า
  • เพิ่มการให้ความรู้และความเข้าใจในเรื่องการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลให้กับผู้เกี่ยวข้องที่มีความเสี่ยงสูงและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการธนาคารพนักงาน ลูกค้า และคู่ค้า

​​

บริการทุกระดับประทับใจ