13 ม.ค. 63

เลขลับมหัศจรรย์ พลังแห่ง “หวย”

คะแนนเฉลี่ย

ออมและลงทุน

​​​​​เลขลับมหัศจรรย์ พลังแห่ง “หวย”

​​​​


          อะไรเอ่ย “ของมันต้องมี” ในกระเป๋าสตางค์ของคนส่วนใหญ่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ผมเชื่อว่าคำตอบ 1 ใน 5 อันดับแรกต้องมี ลอตเตอรี่ หรือ สลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ บางคนอาจจะเรียกสั้นๆ ว่า “หวย


          ตามที่บันทึกไว้ใน วิกิพีเดีย พอสรุปได้ว่า “หวย” เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 เริ่มในกลุ่มชาวจีน เรียกว่า “ฮวยหวย” แปลว่า ชุมนุมดอกไม้ เพราะเขียนตัวหวยเป็นรูปดอกไม้ หลังจากนั้นก็ได้เปลี่ยนรูปแบบเป็นใช้อักษรไทยแทนเรียกว่า “หวย ก ข” และสุดท้ายก็ได้เปลี่ยนมาเป็น สลากกินแบ่งรัฐบาล เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่คนไทยก็ยังเรียกกันติดปากว่า “หวย” 


          ในการซื้อหวยของแต่ละคนก็จะมีตัวช่วยที่แตกต่างกันไป บางคนอาศัยความฝันพารวย บางคนก็พึ่งพาตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง เช่น วันเกิด บ้านเลขที่ บัตรพนักงาน หรือ บางคนก็จะทุ่มเท ลงทุนลงแรงดั้นด้นเข้าป่า เข้าถ้ำเพื่อตามล่าหาเลขเด็ดกันเลยทีเดียว คนที่มีโชคซื้อแล้วถูกก็เป็นข่าวกันโด่งดัง จนทำให้คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์คิดว่าการถูกหวยคง   ไม่น่ายาก เพราะคนที่ไม่ถูกซึ่งมีจำนวนที่มากกว่า ไม่มีใครออกมาป่าวประกาศนั่นเอง ในการเสี่ยงโชคเสี่ยงดวงนั้น ครูบาอาจารย์หลายท่านก็ย้ำเตือนเสมอว่า คนที่สมหวังในการเสี่ยงโชคนั้นเกิดจากบุญเก่าและบุญปัจจุบันที่เขาสะสมมา 


          สำหรับใครที่อยากลุ้น แต่เป็นพวกกล้าได้ ไม่กล้าเสีย สลากออมทรัพย์เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ 


          ตัวอย่าง สลากออมทรัพย์ของธนาคารภาครัฐแห่งหนึ่งที่เสนอขายหน่วยละ 50 บาท มีอายุ 3 ปี ออกรางวัลทุกวันที่ 16 ของทุกเดือน ดังนั้น   ถ้าเราถือครบ 3 ปี ก็จะมีสิทธิ์ได้ตรวจรางวัล 36 ครั้ง เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนคืน เราจะได้เงินคืนหน่วยละ 50.50 บาท    นั่นแปลว่า เงินต้นอยู่ครบ ได้ดอกเบี้ย 1% ต่อสามปี


     สลากออมทรัพย์นอกจากเงินต้นไม่หายแล้วยังมีอะไรที่ดีกว่าหวยบ้าง? 

      • ผลตอบแทนที่มากกว่า 

               รางวัลที่1 ของสลากออมทรัพย์ เช่น รางวัลละ 10 ล้านบาท ของลอตเตอรี่ 6 ล้านบาท 

      • ใช้เงินลงทุนน้อยกว่า 

               สลากออมทรัพย์ 1 หน่วยใช้เงินลงทุน 50 บาท ส่วนลอตเตอรี่ 1 ใบ ใช้เงินลงทุน 80-100 บาท 

      • มีโอกาสลุ้นรางวัลมากกว่า 

               ข้อสำคัญอีกข้อที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือเรื่องโอกาสลุ้นของสลากออมทรัพย์มีมากกว่าลอตเตอรี่ สมมติว่า ผมซื้อลอตเตอรี่งวดละ 1 ใบ ราคาใบละ 100 บาท (ย้ำว่าสมมตินะครับ ถ้าใครซื้อได้ราคา 80 บาทก็ดีไป) 1 เดือนออกสองงวด ดังนั้น 3 ปีเท่ากับ 72 งวด เท่ากับผมจะต้องใช้เงิน 7,200 บาทใน 3 ปี แต่ถ้าผมนำเงิน 7,200 บาทไปซื้อสลากออมทรัพย์ในครั้งเดียวผมจะได้ 144 หน่วย แปลว่าตลอดทั้ง 3 ปี ทุกงวดของสลากออมทรัพย์ ผมมีโอกาสลุ้น 144 หมายเลข แต่ถ้าเป็นลอตเตอรี่มีโอกาสลุ้นแค่ 1 เลขในแต่ละงวด แปลว่าคนที่ซื้อสลากออมทรัพย์มีโอกาสเพิ่มเป็น 144 เท่าของลอตเตอรี่เลยทีเดียว 

          สำหรับข้อเสียของสลากออมทรัพย์ที่เหล่านักเสี่ยงโชคไม่ชอบคือ ไม่สามารถเลือกเลขที่ชอบได้เหมือนกับลอตเตอรี่

          ถ้าสมมติว่ามีคนที่คาดหวังเงิน 6 ล้านบาทจากลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 และเป็นผู้ที่มีวินัยในการซื้อลอตเตอรี่มาก ตั้งใจซื้อลอตเตอรี่ทุกงวด งวดละ 15 ใบ เป็นเงิน 1,500 บาท หนึ่งเดือนมีสองงวดก็เป็นเงิน 3,000 บาท ถ้าซื้อต่อเนื่องกันเป็นเวลา 30 ปี คำถามคือ คนที่ทำแบบนี้จะประสบความสำเร็จได้เงิน 6 ล้านบาทกี่คน? คำตอบที่ถูกต้องไม่มีใครตอบได้ แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ คนที่ประสบความสำเร็จน้อยกว่าคนที่ไม่ประสบความสำเร็จแน่นอน เพราะแต่ละงวดจะมีคนที่ถูกรางวัลที่ 1 แค่หลักสิบคน แต่คนผิดหวังมีเป็นล้าน

          แต่ถ้าเราใช้วิธีการเดียวกันคือใช้เงิน 3,000 บาทต่อเดือน ด้วยเวลาที่เท่ากัน 30 ปี แต่เปลี่ยนยานพาหนะที่จะนำเราไปสู่จุดหมายปลายทาง 6 ล้านบาท เป็นการลงทุนในกองทุนรวมแทนการซื้อลอตเตอรี่ ในที่นี้ผมแนะนำให้ลงทุนใน  กองทุนรวมหุ้นที่เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง สามารถลงทุนในนานเกิน 7 ปี ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้เข้าทั้งสองเงื่อนไข คือเป็นการลงทุน 30 ปี และเป็นเงินที่คิดจะนำไปซื้อลอตเตอรี่ แปลว่าเป็นเงินที่พร้อมจะเสียทั้งจำนวนได้ 

          จากสถิติย้อนหลังของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 1999-2017 ให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยประมาณ 9.5% ต่อปี โดยคำนวณแบบลงทุนสม่ำเสมอทุกเดือน (Dollar Cost Average : DCA) ซึ่งข้อมูลชุดดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ได้รวมช่วงวิกฤตปี 2008 ไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ถ้าลงทุนด้วยเงิน 3,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 30 ปี ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นที่เป็นกองทุนหุ้นไทย (เช่น กองทุน K-SET50) จากการคำนวณเมื่อครบ 30 ปี จะเป็นเงินประมาณ 6,099,000 บาท ซึ่งวิธีการนี้ผมว่าโอกาสที่จะมีเงิน 6 ล้านบาทสูงกว่าการซื้อลอตเตอรี่ อย่างไรก็ตาม การลงทุนก็ยังคงมีความเสี่ยง ขอให้ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการลงทุน ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถยืนยันผลตอบแทนในอนาคตได้นะครับ

          K-Expert Action: เก็บเงินวันละ 100 บาท ครบเดือนได้เงิน 3,000 บาท นำไปลงทุนในกองทุนรวมหุ้นเชิงรับอย่าง K-SET50, KS50RMF หรือกองทุนรวมหุ้นเชิงรุกอย่าง K-STAR-A(A), KEQRMF เป็นต้น หรือใครรับความเสี่ยงได้   ไม่มากจะซื้อสลากออมทรัพย์ที่เงินต้นยังอยู่ครบ แล้วได้ลุ้น 10 ล้านบาทก็ได้ ดีกว่าเล่นหวยแล้วขาดทุน 100% เพื่อเป้าหมายเงิน 6 ล้านบาทในเวลา 30 ปี สำหรับเป็นเงินใช้หลังเกษียณ โดยปัจจุบันสามารถส่งคำสั่งซื้อขายล่วงหน้าผ่านระบบ K-My Funds ได้ ซึ่งถือว่าสะดวกมากๆ ไม่ต้องส่งคำสั่งบ่อยๆ ทุกเดือนก็ได้



บทความที่เกี่ยวข้อง: 



ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง: 
​​กองทุนรวม



ให้คะแนนบทความ

ณัฐวุฒิ บุญรักษ์วนิช CFP®

ฝ่ายพัฒนาการให้คำปรึกษาลูกค้า ธนาคารกสิกรไทย